แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งอยู่ใน เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นในปี 1880 ในชื่อเดิมคือ เซนต์มาร์ก (เวสต์กอร์ดอน) โดยมี แอนนา คอนเนลล์ และ ผู้ดูแลโบสถ์ เซนต์ มาร์ก อีก 2 คนช่วยกันก่อตั้งหลังจากบริเวณชุมชนประสบปัญหาวัยรุ่น
นอกจากนี้ผู้ใหญ่จำนวนมากที่ติดสุรา และเป็นโรคพิษสุรารวมทั้งมีปัญหาอาชญากรรมในท้องถิ่นเนื่องจากปัญหาการว่างงาน จึงต้องการตั้งทีมฟุตบอลเพื่อช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย
ต่อมา เซนต์มาร์ก ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสโมสรฟุตบอล อาร์วิก ในปี 1887 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกอังกฤษ ในฐานะสมาชิกก่อตั้งในระดับดิวิชั่น 2 เมื่อปี พ.ศ. 1892 แต่ในปีต่อมาพวกเขามีปัญหาด้านการเงินอย่างหนักจนต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมครั้งใหญ่ และเปลี่ยนชื่อเป็น แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 1894 จนถึงปัจจุบัน
ในยุคดังกล่าว แมนฯ ซิตี้ ประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแชมป์ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2 ของอังกฤษ ครั้งแรกเมื่อปี 1899 ซึ่งทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ใน ดิวิชั่น 1 ลีกสูงสุดของอังกฤษในเวลานั้น ก่อนจะมาได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ครั้งแรกของสโมสรในปี 1904 หลังเอาชนะ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ในนัดชิงฯ 1-0 และมันก็ทำให้พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นสโมสรแรกในเมือง แมนเชสเตอร์ ที่ชนะเลิศถ้วยรางวัลอย่างเป็นทางการ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผลงานไม่สม่ำเสมอ
อีก 3 ทศวรรษต่อมานั้น มันทั้งเป็นช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อ และเจ็บปวดสุดๆของ แมนฯ ซิตี้ เลยก็ว่าได้ ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ได้ 2 ปีติดต่อกัน โดยปี 1933 แพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน ก่อนจะคว้าแชมป์ในปี 1934 ด้วยการเอาชนะ พอร์ทสมัธ
ขณะเดียวกัน ในปี 1934 แมนฯ ซิตี้ ยังสร้างสถิติสำคัญในการมีจำนวนผู้ชมในสนามสูงสุดจำนวน 84,569 คน ในการแข่งขันเอฟเอ คัพ รอบที่ 6 ที่พบกับ สโต๊ค ซิตี้ โดยถือเป็นสถิติสูงสุดยาวนานมาจนถึง ค.ศ. 2016 เลยทีเดียว
แมนฯ ซิตี้ ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 อังกฤษ เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1936–37 แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นหลังจากพลพรรค “เรือใบสีฟ้า” กลับต้องตกชั้นในฤดูกาลต่อมา แม้จะทำสถิติเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในลีกประจำฤดูกาลนั้นก็ตาม
แมนฯ ซิตี้ ต้องใช้เวลา 9 ปี เพื่อกลับสู่ดิวิชั่น 1 อีกครั้ง ในปี 1947 และอีก 4 ปี ต่อมาพวกเขาก็ตกชั้นอีกครั้ง รวมถึงมีผลงานไม่สม่ำเสมอตลอดหลายปี ซึ่งทำให้พลพรรค “เรือใบสีฟ้า” กลายเป็นทีมที่เลื่อนชั้น และตกชั้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ
ขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ต้องห่างหายจากบรรยากาศนัดชิงชนะเลิศไปนานกว่า 20 ปี จนกระทั่งพวกเขากลับมาชิงดำในศึกเอฟเอ คัพ ได้อีก 2 ครั้งติดต่อกัน และมันก็เป็นเหมือนการฉายหนังม้วนเดิมหลังจากในปี 1955 ต้องพ่ายให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แต่ในปี 1956 พวกเอาเอาชนะ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 3-1 พร้อมคว้าแชมป์สำเร็จ

ยุคทองของ แมนฯ ซิตี้ ก่อนจะเข้าสู่วิกฤต
ทศวรรษต่อมา ถัดมาในฤดูกาล 1967–68 แมนฯ ซิตี้ กลับมาสู่เส้นทางความสำเร็จอีกครั้งหลังจากผงาดคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้เป็นครั้งที่ 2 ของสโมสร หลังจากเอาชนะ นิวคาสเซิล 4–3 ในนัดสุดท้ายของซีซั่น และยังทำให้คู่อริอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เพียงรองแชมป์
ความสำเร็จของ แมนฯ ซิตี้ ยังคงตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีต่อมาพวกเขาคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้อีกครั้งในปี 1969 และคว้าถ้วยยุโรปรายการแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรหลังจากเอาชนะ กูร์ญิกซับแช 2–1 ในนัดชิงฯ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
ความสุดยอดของ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่หยุกเพียงเท่านี้ หลังจากพวกเขายังคงคว้าแขมป์ลีก คัพ ได้ ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้ถูกจากรึกชื่อว่า เป็นสโมสรที่ 2 ของอังกฤษที่ชนะเลิศการแข่งขันรายการยุโรป และชนะเลิศฟุตบอลถ้วยในประเทศได้ภายในฤดูกาลเดียวกัน
แมนฯ ซิตี้ ยังรักษาผลงานยอดเยี่ยมได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 1970-1972 พวกเขายจบฤดูกาลในลีกด้วยรองแชมป์อีก 2 สมัย และมีแต้มตามหลังทีมแชมป์เพียงคะแนนเดียวทั้ง 2 ฤดูกาล รวมทั้งเข้าชิงชนะเลิศลีก คัพ ได้อีกครั้งในปี 1974 แต่ต้องพ่ายให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส
ในฤดูกาล 1973-74 หนึ่งในแมตช์ที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ คือ การพบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดสุดท้ายของซีซั่น ซึ่ง “ปีศาจแดง” ต้องการชัยชนะเพื่อหนีการตกชั้น แต่ เดนิส ลอว์ เป็นผู้ทำประตูชัยให้ “เรือใบสีฟ้า” เอาชนะไป 1–0 ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 2
ขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ยังเดินหน้ากวาดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องหลังจากในปี 1976 พวกเขาเอาชนะ นิวคาสเซิล ในรอบชิงฯ ลีก คัพ แบบหวุดหวิด 2-1 พร้อมกับคว้าแชมป์ไปครองได้เป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ต้องเข้าสู่ความตกต่ำครั้งใหญ่ในยุค 80 ในเวลาต่อมา ซึ่งในปี 1983 และ 1987 พลพรรค “เรือใบสีฟ้า” ต้องล่วงตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 3 หรือฟุตบอลระดับ ลีก วัน ของอังกฤษในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ในปี 1989 – 1992 แมนฯ ซิตี้ กลับขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จ พร้อมกับจบด้วยอันดับ 5 ในปี 1992 ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ปีเตอร์ รีด และพวกเขาก็เป็นหนึ่งในสโมสรผู้ร่วมก่อตั้งพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นการแข่งขันลีกสูงสุดที่เปลี่ยนชื่อมาจากฟุตบอลดิวิชั่น 1 เดิม
ในปี 1996 แมนฯ ซิตี้ เจอวิกฤตอีกครั้งหลังจากทำผลงานได้ตกต่ำลงเรื่อยๆจนกลายเป็นทีมท้ายตาราง และตกชั้นในที่สุด และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ในอีก 2 ปีต่อมา พวกเขาต้องหล่นไปเล่นในดิวิชั่น 3
นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ ยังสร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำคือ เป็น 1 ในสองสโมสรของทวีปยุโรปที่เคยคว้าแชมป์ยุโรป แต่ต้องตกชั้นลงไปเล่นในลีกระดับ 3 ของประเทศ ต่อจากสโมสร มักเดเบิร์ก จากเยอรมัน อีกด้วย